วิธีทำขนมฟักทอง ขนมไทยง่ายๆ อร่อย หวาน มัน

สวัสดีค่าวันนี้เราจะมาแนะนำการทำขนมฟักทอง ใครที่ชอบทาน แล้วอยากลองทำทานเองวันนี้เราได้นำสูตรอร่อยๆมาฝากเพื่อนๆเช่นเคย ใครที่เคยไปซื้อขนมชั้นมาทานแล้วรู้สึกว่าไม่อร่อยถูกใจ อาจจะหวานไป แข็งไป ไม่หอม แต่ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการมาทำทานเอง ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รอบหนึ่งก็จะได้ประมาณ 20 ชิ้น สามารถทานได้ทั้งบ้านหรือจะนำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านก็ดีไม่น้อย พร้อมแล้วเรามาเข้าครัวกันเลยค่ะ ความอร่อยรออยู่

ฟักทอง เป็นพืชผักพื้นบ้านที่มีสรรพคุณระบายท้องได้ดี จึงนิยมนำมาประกอบอาหารคาวเช่น ต้มหรือแกง เนื้อฟักทอง มีวิตามินเอสูง รวมทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้ง และที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ “เบต้าแคโรทีน” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง สามารถช่วยลดการเกิดมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ แถมเบต้าแคโรทีน ยังช่วยต้านความชรา ป้องกันโรคผิวหนัง บรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่า และบั้นเอวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้คนสมัยโบราณยังนำฟักทองมาทำขนมไว้รับประทานกันในครัวเรือน ขนมฟักทองจัดเป็นขนมโบราณอีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันหารับประทานได้ยาก

ขนมพื้นบ้านของไทยๆ มักเริ่มต้นจากส่วนผสมที่มีอยู่รอบๆ บ้าน หากเหลือจากกิน เหลือจากแกง เรียกว่าถ้าชิมแล้วอร่อยจะเป็นถั่ว พืชผักใด ก็เอามาทำขนม มาขยำแป้งเคล้าน้ำตาล เติมกะทิ ห่อใบตอง นึ่งหรือต้มจนกลายเป็นขนมอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ได้หมดทุกอย่าง ตั้งแต่กล้วย หัวมันนานาชนิด ฟักทอง ตาลสุก

ขนมฟักทอง (25 ถ้วยตะไล)

ส่วนผสม

เนื้อฟักทองนึ่ง บี้ๆ 600 กรัม

แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม

แป้งมัน 60 กรัม

แป้งท้าวยายม่อม 60 กรัม

หัวกะทิ 300 กรัม

น้ำตาลปีบ 90 กรัม

น้ำตาลทราย 100 กรัม

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

เนื้อมะพร้าวอ่อน 200 กรัม

วิธีทำ

ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิด เข้าด้วยกัน เติมหัวกะทิลงไปทีละน้อยจนแป้งพอนวดได้ จากนั้นนวดแป้งต่อไปประมาณ 5-8 นาที

เติมน้ำตาลปีบลงไปนวดให้นุ่มและละลายไม่เป็นเม็ด

ผสมน้ำตาลทราย เกลือ กับกะทิส่วนที่เหลือ

ค่อยๆ เทส่วนผสมน้ำตาลและน้ำกะทิลงไป บี้กับแป้งจนละลายกลายเป็นน้ำแป้งข้นๆ

บี้เนื้อฟักทองลงไป พักแป้งไว้ประมาณ 20 นาที

เติมเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป

ตั้งน้ำให้เดือด ทาน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืชบางๆ ในถ้วย

นึ่งขนมประมาณ 15-17 นาที หรือจนสุก

ใครได้ชิม ก็ต้องมีความสุข เพราะเราส่งความรัก ผ่าน อาหาร-ขนม ที่เราตั้งใจทำ เข้าไปในร่างกายเค้าคนนั้น แล้ววิธีการก็ไม่ได้ยากอะไรเลย ส่วนผสมจริงๆก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ไม่มีผิดหรือถูก และที่สำคัญสามรถนำไปทำขายสร้างอาชีพเสริมได้เลย ยิ่งช่วงนี้ที่งานค่อนข้างจะหายาก ถ้าเรามีสูตรการทำอะไรหรือมีฝีมือติดตัว เราก็จะเอาตัวรอดไปได้นั่นเอง