พบ ส ารส กัด แอนโดรกราโฟไลด์ ใน ฟ้าทะลายโจร สามารถลดอัตราการเกิด ปอ ดบวม ในตัวผู้ป่ว ยได้

เมื่อวานนี้ (27 พ.ค.) คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชีย าหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร มีมติให้นำ “ย าส ารสกั ดจากฟ้าทะลา ยโจ ร” และ “ย าจากผงฟ้าทะลา ยโจ ร” ที่ควบคุมปริมาณ “แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide)” ขนาด 180 มิลลิกรัมต่อวัน เข้าบั ญชีย าหลักโดยใช้กับผู้ป่ วย โร คโ ค วิ ด-19 ที่มีความรุนแร งน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแร ง และมีหมายเหตุให้ใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

วันนี้ (28 พ.ค.) อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยถึงกรณีการนำสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจ ร ปริมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน ในการรั กษ าโ รค โ ค วิด-19 เข้าสู่บัญชีย าหลัก เนื่องจากมีการทดลองพบว่าสา รตัวนี้สามารถลดอั ตร าการเกิดปอ ดบว มในตัวผู้ป่ ว ย ส่วนข น าดย า 180 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นปริมาณที่คาดว่าน่าจะเพียงพอที่จะหยุดยั้งไ ว รั สที่ทำให้เกิดโร ค โ ค วิ ด-19 ได้ ซึ่งทั้งหมดผ่านการคำนวณเพื่อให้ได้ขนาดย าที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถจัดการกับเ ชื้ อโ ร ค ภายใต้ความมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย

ขณะเดียวกันการใช้สา รสกั ดแอนโดรกราโฟไลด์ จากฟ้าทะล ายโจ ร ทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนซึ่งจะนำมาคำนวณและวิเคราะห์ผลได้ง่ายและชัดเจนที่สุด อีกทั้งผงบดมีส่วนประกอบที่หลากหลาย ซึ่งจะนำมาจำแนกประสิทธิภาพและผลข้างเคียงได้ย าก

ส่วนการระบุไว้ว่าใช้ในผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นการเพิ่มพื้นที่และทางเลือก เพราะก ารรั ก ษ าโร คโ ค วิ ด-19 ต้องรั กษ าโดยแพทย์เนื่องจากเป็นโร ค ติ ดต่ อร้า ยแร ง แต่ขณะนี้ย าฟ้าทะล ายโจ รทั้งที่เป็นส ารสกั ดและผงบดก็มีจำหน่ายในร้านขา ย ย าทั่วไปเพื่อใช้ในการรั กษ าหวั ด ยืนยันไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์ของแพทย์แผนไทย

ขณะที่ นางสาวรสนา โตสิตระกูล เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย มองว่า การระบุปริมาณฟ้าทะล ายโจ รที่ต้องใช้ส า รส กั ด “แอนโดรกราโฟไลด์” 180 มิลลิกรัมต่อวันในการรั กษ าโ ค  วิ ด-19 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมย าขนาดใหญ่ที่มีเทคโนโลยีขั้นสู ง และการระบุปริมาณดังกล่าวทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ผงฟ้าทะลายโจรที่มีจำหน่ายทั่วไปได้ เนื่องจากต้องกิ น ย  าในปริมาณม ากเพื่อให้ถึงปริมาณที่ระบุไว้ในการรั ก ษ าโ ร คโ ควิ ด-19 รวมทั้งตั้งข้อสงสัยไปถึงความพยายามในการนำสารสกัดดังกล่าวเข้าบัญชีย าหลักด้วย

เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย ให้ความเห็นอีกว่า กรณีการเก็บข้อมูลเพื่องานวิจัยก่อนนำมาใช้จริง กรมการแพทย์แผนไทยฯ ควรทดลองจากขนาดย  าที่ประชาชนใช้กันอยู่ทั่วไป แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณที่เหมาะสมที่ย าจะได้ประสิทธิผล ก่อนที่จะกระโดดไปถึง 180 มิลลิกรัมต่อวันซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวจากปกติ