ใครทีมแม่ผัวแห่งชาติ ใครเอฟซียกมือขึ้น

จากกรณีที่ นางนิภาพรรณ วัย 33 ปี ถือทะเบียนสมรสเข้าไปบุกงานแต่งของบ่าวสาวคู่หนึ่ง โดยระบุว่าฝ่ายชายคือสามีของเธอที่จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกันมา 16 ปี แต่แอบมาแต่งงานกับสาวอื่น

จากนั้นได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายหญิง 3 แสนบาท

ล่าสุดวันนี้ (15 มิ.ย.64) น.ส.นิภาพรรณ (เมียหลวง) พร้อมทนายพัฒน์ หรือ นายอนุสรณ์ อะสุรพงษ์ ทนายความ เข้าไกล่เกลี่ยให้การหรือสืบพยานโจทย์ตามนัด ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท

เมียหลวง เปิดใจชีวิตหลังบุกงานแต่งผัวตำรวจ วันนี้แม่ผัวโผล่เป็นพยาน

ทนายพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันนัดพิจารณาไกล่เกลี่ยให้การหรือสืบพยานโจทก์ ต้องดูว่าทางจำเลยจะมาหรือไม่ ไม่มีความกังวลใจอะไร เพราะพยานหลักฐานในคดีมีความชัดเจน

หากวันนี้ฝ่ายจำเลยไม่มาต้องสืบพยานฝ่ายเดียว ถ้าวันนี้เขามาอาจจะไกล่เกลี่ยเรื่องตัวเลขหรืออาจเป็นการสืบพยานไปเลยก็ได้ ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายจำเลยเรื่องของการต่อรองตัวเลข

ด้าน น.ส.นิภาพรรณ เผยว่า ไม่ทราบความเคลื่อนไหวของฝ่ายสามีเลย เนื่องจากได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านของตัวเองแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันเลย การมาวันนี้มีความมั่นใจเต็มร้อย

โดยได้ยื่นเรียกค่าเสียหายไป 3 แสนบาท เรื่องที่ฝ่ายโน้นจะฟ้องกลับยังไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวอะไร แต่หากจะฟ้องขอให้จ่ายส่วนนี้มาก่อน เรารับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงหน้าตาของเมียหลวงที่สวยขึ้นไปทำอะไรมา? น.ส. นิภาพรรณ เผยว่า ได้ไปให้คลินิกชฎาลักษณ์เขาโมหน้าให้ใหม่ ทำหลายอย่าง เช่น ทำตา จมูก เสริมฟิลเลอร์หน้าผาก ลักยิ้ม คาง วันนี้ใจดีจัดช่างแต่งหน้า ทำผม เสื้อผ้า รองเท้า พร้อมขึ้นศาล พร้อมฟาดมาก

 

ทั้งนี้พบว่า ทนายพัฒน์ ได้ถ่ายภาพกับแม่ของสามี น.ส.นิภาพรรณ ซึ่งเดินทางมาในวันนี้ด้วย พร้อมระบุว่า “สวัสดีใครทีมแม่ผัวแห่งชาติ ใครเอฟซียกมือขึ้นครับ”

ล่าสุดเวลา 11.00น. หลังจากเข้ารับฟังคำพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยนาท นายอนุสรณ์ เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นการสืบพยานทั้ง 2 ปากครั้งแรก คือคุณจอย และแม่สามี

ส่วนเรื่องคำพิพากษานั้น เนื่องจากวันนี้เพิ่งเป็นการยื่นหลักฐานทั้งหมดให้ศาลครั้งแรก และทำการสืบพยานไป ต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 7 วัน คำพิพากษาตัวจริงถึงจะออก

โดยวันนี้คู่กรณีฝั่งจำเลยไม่ได้เดินทางมาศาล ทีมทนายจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ด้านนางนิภาพรรณ เปิดเผยว่า หลังจากขึ้นศาลครั้งแรกในวันนี้ ความรู้สึกเหมือนกับจี้ใจดำอีกครั้ง แต่ก็ต้องสู้ต่อไป ใช้ชีวิตตามปกติ เลี้ยงลูกต่อไป และขอยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด

จากการตรวจสอบไปยัง สภ.เมืองชัยนาท ทราบว่า ตำรวจหนุ่มและอดีตสามีของนางนิภาพรรณ ทราบว่าได้รับโทษทางวินัย และกลับเข้าทำงานตามปกติแล้ว