(วช) หนุน “ซินโครตรอน” วิจัยสมุนไพรไทย พบ 8 ชนิด มีฤทธิ์ต้านโ ควิ ด-19

ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช
นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เปิดเผยว่า ตนพร้อมทีมวิจัยจากสถาบันฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินโครงการการใช้สมุนไพรประสิทธิภาพสูงในการต้านเชื้ อไ วรั สโ ควิ ด -19 โดยดำเนินทดสอบประสิทธิภาพของสา รสกัดสมุนไพร จำนวน 23 ชนิด

ที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้ อไ วรั สหลากหลายสายพันธุ์ ผลการทดสอบพบว่าสามารถคัดเลือกสา รสกั ดจากสมุนไพร จำนวน 8 ชนิด ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ 70 ในการต้านการเพิ่มจำนวนของไ วรั สโ คโ รน าที่ก่อโร คในสุกรซึ่งมีโครงสร้างอนุภา คคล้ายกับ SARS-CoV-2 ที่เวลาทดสอบการสัมผั สเชื้ อไ วรั สเพียง 5 นาที และการทดสอบในระดับเซ ลล์ไลน์พบอีกด้วยว่าส ารสกัดบางชนิดฤท ธิ์เป็นสา รต้านอนุมู ลอิส ระ และบางชนิดมีฤ ทธิ์ต้านการอั กเสบ

โดยกระตุ้ นการสร้าง anti-inflammatory cytokines IL-10 mRNA มากขึ้น การวิเคราะห์องค์ประกอบของสมุ  นไพรเบื้องต้นด้วย Fourier Transform Infrared Spectroscopy พบว่าศึกษาสมุนไพรทั้ง 8 ชนิด มีองค์ประกอบของสา รในกลุ่มเทอร์พีนอยด์เป็นหลัก

รองศาสตราจารย์ ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ กล่าวอีกว่า งานวิจัยตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพของสมุนไพร 8 ชนิดที่คัดเลือก นำไปทดสอบโดยตรงกับเชื้ อไ วรั ส SARS-CoV-2 ที่ก่อโ รคโ ควิ ด19 โดยภาควิชาจุลชีววิทย าและอิมมิวโนโลยีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

เป็นศูนย์ตรวจคัดกรองและเพ าะเลี้ ยงไ ว รั ส SARS-CoV-2 ที่มีห้องปฏิบัติการไ วรั ส วิทยาตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับที่ 3 (Bio Safety Level 3; BSL-3) จึงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงในการทดสอบประสิทธิภาพของย าหรือส ารสกัดสมุนไพร ในการยับยั้งการเจริญของไ วรั ส การตรว จหาค่าความเป็นพิ ษต่อเซ ลล์เพาะเลี้ ยง (cell cytotoxicity)

ในระดับหลอดทดลอง (in vitro assay)
เมื่อทำการคัดเลือกสมุนไ พรที่มีฤทธิ์การต้า นเชื้ อไ วรั สสูงสุดได้แล้ว ทางทีมวิจัย จะทำการศึกษากลไกของสมุนไพรในการต้ านเชื้ อไวรัส

โดย ศาสตราจารย์.ดร.หนึ่ง เตียอำรุง สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มทส. กล่าวว่า การไขความลับนั้น ส่วนนึงสามารถทำได้ด้วยการถอดรหัสการแสดงออกของเซ ลล์ที่ได้รับสมุนไ พรในระดับยีนส์ (Transcriptome) และ ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช เสริมว่า เทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง ประกอบด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน และเทคโนโลยีโอมิกส์ (โปรติโอมิกส์และเมตาโบโลมิกส์)

จะให้ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เป็นข้อมูลแบบองค์รวมของการติดตามเปลี่ยนแปลงสา รชีวเคมีภายระดับเซ ลล์ทั้งหมดทั้งโปรตีนและสารโมเลกุลขนาดเล็กภายในเซ ลล์ ทำให้เกิดความเข้าใจในกลไก หน้าที่

และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของสา รชีวโมเลกุลเหล่านั้น และที่สำคัญคือข้อมูลดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาการใช้ย าสมุ นไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องและแม่นยำ นำสู่ความปลอดภัยในการใช้งานจริง และเป็นแนวทางในการต่อยอดพัฒนาเป็นย าสมุ นไพรที่ปลอดภัยและเพิ่มมูลค่า สมุ นไ พรไทยเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ในอนาคตต่อไป

 

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากการของไ วรั สโ ควิ ด-19 ในปีงบประมาณ 2564 (วช.) ได้สนับสนุนให้หน่วยงานทั้งภาครั ฐ และภาคเอกชน และสถาบันต่างๆ ศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อช่วยยับยั้งและป้องกันการแ พ ร่ระบา ดของเชื้ อไ วรั สโ ค วิด19

โดยสนับสนุนการวิจัยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศึกษาวิจัยประสิทธิภาพของสมุนไ พรไทย เพื่อต้า นเชื้ อไ วรั ส ซึ่งขณะนี้คณะนักวิจัย กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพและการออกฤ ทธิ์ของสมุนไ พรไทยหลายชนิด