ชูษี เชิญยิ้ม

เรียกได้ว่าหลายๆคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับ ตลกชื่อดัง ชูษี เชิญยิ้ม ที่ต้องบอกเลยว่าจากสถานการณื CV ก้หายหน้าหายตาจากจอทีวีไปเลยจ้า สำเอาแฟนๆอดคิดถึงไม่ได้

ล่าสุดชูษี เชิญยิ้มออกมาเปิดใจยอมรับว่าเคยติด CVกันยกครอบครัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่ น้าค่อม ชวนชื่น ติดด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาหลายๆคนถึงกับตกอกตกใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อน

ส่วนสาเหตุที่ต้องปิดนั้นจะเป็นอย่างไรไปอ่านต่อกันเลยโดยทางด้าน ชูษี เชิญยิ้ม

ได้เล่าว่า ตนคาดว่าจะได้รับเชื้อมาจากการที่ไปนั่งรับประทานอาหาร ในร้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นห้องแอร์

และถอดแมสก์ทานข้าว ซึ่งเป็นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับ น้าค่อม ชวนชื่น ติดและตรงกับวันเกิดของตัวเองพอดี

ติดกันยกบ้านทั้งตนเอง ภรรยา ปอ ปณิตา และลูกสาว วัย 7 ขวบ แต่ทันทีที่รู้ว่าติด ลายๆคนเป็นห่วงแต่อาการไม่ได้รุนแรงรรักษาในทันทีและที่จำเป็นต้องปิดข่าวเนื่องจากกลัวว่าคุณแม่วัย 81 ปีหากทราบข่าวและจะตกใจช็อกจากนั้นทางด้าน ชูษี เชิญยิ้ม

ได้กล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนกลายเป็น หวาด ร ะ แ ว ง มากๆ ออกจากบ้านทีต้องใส่แมสก์ 3-4 ชั้น รายการไหนหากไม่สนิทจริงตนก็จะไม่รับเลย พร้อมกับได้ทิ้งท้ายฝากถึงแฟนคลับว่าไม่ต้องตกใจเพราะตนหายดีแล้ว

ย้อนกลับไปก่อนที่จะเป็น ชูษี เชิญยิ้ม เข้ามาในวงการนี้ด้วยการเป็นนักร้องลูกทุ่ง ผมเข้ามาตั้งแต่ 2516

ออกจากจังหวัดลพบุรี ตอนนั้นเรียนอยู่ป.5 แล้วเข้ามากรุงเทพฯ เป็นนักร้องแล้วเราได้รางวัลได้เงินก็เลยไม่เรียนแล้ว

แล้วเราเป็นผู้ชายด้วยไม่รู้ว่าหาเงินให้พ่อให้แม่ได้ยังก็เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเป็นนักร้อง ตอนนั้นเราเป็นนักร้องอัดแผ่นเลย แต่ก่อนที่เราจะได้ร้องเพลงอัดเสียง เราก็ทำงานให้เขาก่อนเช็ดถูบ้าน ให้อาหารนก ถูพื้น

ตอนนั้นที่เราอยู่แล้วทำงานให้เขาเป็นหัวหน้าวงดนตรีซึ่งดังมากเลยนะ สัญญา พรนารายณ์

ที่มีศิลปินดังในวงคือ สายัณห์ สัญญา และ น้ำอ้อย พรวิเชียร ซึ่งชื่อในวงการเพลงของเราตอนนั้น คือ ศักดิ์ศรี ศรีเมืองลพ

หลังจากเป็นนักร้องลูกทุ่งแล้วจังหวะพลิกผันในชีวิตเริ่มต้นกลายมาเป็นตลกชื่อดังได้ยังไง จริงๆ เราไม่ได้เป็นคนตลกเลยนะ เป็นคนที่ขี้อายมากแล้วเป็นคนที่ชอบตีกลอง ร้องเพลงมากแล้วจังหวะลมเพลมพัด

ที่เราออกจาก พรนารายณ์ แล้วไปอยู่ในวงของ สายัณห์ สัญญา ตอนนั้นที่อยู่กับพี่เป้า อายุประมาณ 17-18 ปี ก็ร้องเพลง

แล้วได้ตีกลองด้วยเพราะเราชอบเครื่องดนตรีที่เป็นจังหวะก็เลยได้ตี แล้วเวลาที่ไปคอนเสิร์ตลูกทุ่งเขาก็จะมีตลกในวงของเขาเราก็ตีเวลาที่เขาเล่นมุกรับส่งกันเป็นปีๆ

จนรู้จังหวะการรับส่งทั้งหมด จำทุกมุกที่เขาเล่นได้ แต่เราก็ยังไม่ได้ออกมาเล่นตลกนะครับ)

 

แต่วันนั้นในวงมีตลกขาดคนหนึ่งตอนนั้นรู้สึกว่าไปเล่นที่ กระบี่ แล้วมีคนในวงป่วย เขาเลยให้เราไปเล่นเพราะจำได้หมดแล้วว่าเขารับส่งมีมุกอะไรกันบ้าง

 

แต่วันนั้นพอได้ออกไปเล่น คือ ตัวสั่นไปหมด เล่นไม่ได้ ล้มเหลวไปเพราะเราไม่เคยคิดว่าเราจะเล่นตลก

 

แล้วเราก็ยังคงไปต่อกับวงลุกทุ่ง แต่ก็ลมเพลมพัดอีกได้เล่นอีกเราก็เล่นจนกลายเป็นความเคยชิน เราก็ฝึกเล่นตลกไปเรื่อยๆ