ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน เจอทัวร์ลงยัง หลังปกป้อง บีม กวี ให้ลูกรับงานคือการหาเงิน

เรียกได้ว่าเป็นช่วงนี้มักจะมีดราม่าเข้ามาแบบไม่เว้นวันโดยก่อนหน้านี้มาออกงานลำพังแค่พ่อ บีม กวี กับแฝดพี่ น้องธีร์-น้องพีร์ อีกงานแล้ว แต่ คุณพ่อบอกว่าไม่ได้กังวลอะไรเพราะลูกๆ ก็โตมากขึ้น ซนน้อยลง ส่วนเรื่องดราม่าที่มีมาไม่พักอย่าง คนก็วิจารณ์เรื่องที่ พาลูกแฝดหญิง น้องอัยวา-น้องอัญญ า มาถ่ายรูปกับสินค้า ว่าน้องเพิ่งลืมตาดูโ ลกไม่นาน

 

ก็ต้องมาช่วยขายของซะแล้ว ซึ่งคุณพ่อบีม ก็มองว่ามันเป็นเรื่องที่แล้วแต่ว่าใครจะคิดยังไง ล่าสุดดราม่าเริ่มบานปลายไปกันใหญ่ เมื่อ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน ได้เล่าข่าวดังกล่าว ในรายการห้องข่าวบันเทิง และมีการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวลงไปในข่าวว่า การที่มีลูกและลูกนำเงินเข้าบ้านมันคือสิ่งที่น่ายินดีมาก ภาษาบ้านพี่หาเงินได้ตั้งแต่เด็ก ช่วยพ่อแม่

 

แล้วสุดท้ายเงินที่พ่อแม่ให้มาก็เป็นลูก ๆ ที่ได้ใช้ เราอย่าไปดราม่ามาก ต้องยินดีกับครอบครัวเขา เขาไม่ได้ยืมลูกใครมา นั่นคือลูกของเขาเอง และควรยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือตัวอย่างและสิ่งดี ๆ ที่เกิดในครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก ช่วยกันทำมาหากินแบบบริสุทธิ์ ในขณะที่บางคนบอกว่า ไม่ว่าจะอย่างไร พิธีกรข่าวก็ควรพูดถึงเรื่องสิทธิเด็กบ้าง

 

แม้จะเห็นด้วยกับบีม กวี ก็ตาม รวมถึงควรนำเสนออย่างเป็นกลาง ไม่ควรพูดโน้มน้าวให้คนดูคิดเห็นไปในทางเดียวกัน งานนี้ทำเอาบรรดาชาวโซเชียลต่างคอมเมนต์วิจารณ์สนั่น ไม่เห็นด้วยกับคำพูดชี้นำดังกล่าว จนเกิดดราม่าถกเถียงกันอย่างดุเดือดในโ ลกออนไลน์ หลายคนบอกว่า เพราะมีแต่สื่อแบบนี้อ่ะ โคตรขยะเลย หล่อหลอมคนดูไปถึงไหนต่อไหน

 

ไม่ได้ดูอะไรแบบนี้นาน ไม่คิดว่ามาตราฐานจะลดลงขนาดนี้,ลูกที่ดีเท่ากับหาเงินได้ตั้งแต่เด็ก ๆ บูชาเงินขนาดนี้ อย่าหามีลูกเด้อ,พบตรรกะพัง 2 อัตราแถวๆนี้ คิดซิคิดว่าทำไมถึงต้องมีกฏหมายคุ้มครองเด็ก กำหนดอายุและบทลงโทษสำหรับผู้กระทำไม่ถูกต้องและไม่สมควรทำกับเด็ก,มาทำหน้าที่เป็นพิธีกรแล้วก็

 

คุณเป็นสื่อกลางอ่ะ แค่นำเสนอข่าวเฉยๆก็พอไหม แสดงความเห็นพูดโน้วน้าวคนดูให้คิดเหมือนตัวเองแบบนี้ใช้ได้เหรอ,สื่อสมัยนี้บางทีชอบใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไปในข่าวอะ ทั้งๆที่ความจริงควรเสนอแบบเป็นกลาง เชิญนักจิตวิทย าเด็กหรือผู้เชี่ยวชาญมาถกเถียงกันมากกว่า เป็นต้น